‘จั๊กจั่น’โอดเจอโรคจิตป่วน

20

‘จั๊กจั่น’โอดเจอโรคจิตป่วน
“จั๊กจั่น” ปลื้มกระแสตอบรับ “สุสานคนเป็น” ดีเกินคาด รับถูกคนด่าเยอะ เพราะอินกับละคร เผยเสียดายเล่นเลิฟซีนจริงแต่ถูกตัดออกเนื่องจากกลัวเด็กดู โอดโดนโรคจิตตามป่วน

กำลังเป็นกระแสที่กำลังพูดถึงกับตัวละคร “รสสุคนธ์” ในละครเรื่อง “สุสานคนเป็น” เวอร์ชั่น 2014 ที่นำแสดงโดย “จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข” เรียกว่ากระแสตอบรับดีเลยทีเดียว กระแสละครกลับมาดีขนาดนี้ คม ชัด ลึก เลยขอสัมภาษณ์สาวจั๊กจั่นถึงการทำงานเรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากเลิฟซีน ที่มีข่าวว่าโดนทางช่อง 7 สี ตัดออกไปเยอะพอสมควร จั๊กจั่นเผยให้ฟังดังนี้

“เป็นกระแสตอบรับละครที่ดีที่สุดตั้งแต่เล่นละครมา เพราะนี่เพิ่งออกอากาศมา 2 วันเอง คือเดี๋ยวนี้มีทั้งทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ทำให้คนดูเข้ามาพูดคุยกับเราได้ เรียกว่ามีคนด่าเราเยอะมาก เกลียดเราก็มี แสดงว่าเราประสบความสำเร็จ จั่นก็แฮปปี้นะ ค่อยหายเหนื่อยหน่อย คือเรื่องนี้ทั้งทีมงาน นักแสดงทุกคนตั้งใจมาก (ฉากเลิฟซีนในเรื่องเยอะ)เรื่องนี้ถือว่ามีถึงเนื้อถึงตัวมากที่สุด เพราะในเรื่องเราอยากจะแย่งผู้ชายมา แต่นี่คือตัดออกไปเยอะ เพราะพี่ตุ๊กตา(จิตรลดา ดิษยนันท์) เขากลัวเด็กดู เพราะมันเป็นละครวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แล้วเป็นช่วงที่เด็กๆ ปิดเทอมด้วย” จั๊กจั่นกล่าวอย่างอารมณ์ดี

ถามต่อว่า ในฐานะนักแสดงถ่ายทำเลิฟซีนเยอะ เมื่อถูกตัดรู้สึกเสียดายหรือเปล่า นางเอกสาวเผย ว่าเสียดายเหมือนกัน เพราะตอนถ่ายทำค่อนข้างถ่ายไปเยอะ อีกทั้งมีทั้งจูบจริงและใช้มุมกล้อง

“อย่างตอนถ่ายเราก็คุยกับพี่เจมส์ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) ก่อน เขาก็ให้เกียรติเรา เราก็เล่นจริง แต่ไม่ได้ทั้งหมด แต่เนื่องจากเรื่องนี้ได้ออกอากาศวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ กลัวน้องๆ ดู เลยต้องตัดบางฉากออกไป ปรับให้ดูได้ทุกเพศทุกวัย (เป็นละครผี และต้องถ่ายกลางคืน เจออะไรบ้างมั้ย) จั่นกลัวผีอยู่แล้ว เราเลยป้องกันด้วยการพกพระ แต่มีฉากที่น่ากลัว คือไปถ่ายที่โกดังเก็บศพจริง เราเลยต้องสวดมนต์ จุดธูป ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เพราะในเรื่องเราต้องหลบหลู่เขา” ดาราสาววิกหมอชิตแจกแจง พร้อมกับเสริมต่อ ว่าแม้ในเรื่องนี้ดูเป็นสาวแรง ถ้าหากมีใครติดต่อถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ หรือชุดว่ายน้ำอีก คงไม่ถ่ายตอนนี้แน่นอน

“ชุดว่ายน้ำพอแล้ว เราถือว่าเราทำงาน ให้โป๊อีกคงไม่ ไม่แนว (หัวเราะ) (หลังจากถ่ายชุดว่ายน้ำเจอโรคจิตมาป่วนบ้างหรือเปล่า) มีนะ โทรมาเบอร์แปลกๆ แล้วก็พูดนั้นพูดนี่ หรือในไลน์ก็มี มาในลักษณะขอมีอะไรด้วย ขอเลีย จั่นก็บล็อกไลน์ไปเลย ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ระวังตัวนะ จั่นใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไป” จั๊กจั่นกล่าวทิ้งท้าย

‘ลอร์ด’โต้’ผู้ใหญ่’สั่งเคลียร์ข่าว

21

‘ลอร์ด’โต้’ผู้ใหญ่’สั่งเคลียร์ข่าว
“ลอร์ด” บิ๊กบอสดีด้า รับผิดหลัง”ปู-ไปรยา”เปิดใจการทำงานที่ไม่มีระบบละคร”สะใภ้หัวแดง”เผยได้มีการปรับความเข้าใจกับนางเอกสาวแล้วโต้ข่าวลือผู้ใหญ่สั่งให้เคลียร์ข่าว

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อนักแสดงสาว “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการทำงาน ที่ไม่เป็นระบบแล้วยังต้องมารื้อถ่ายใหม่อีกเกือบ 400 ฉากด้วย จนนางเอกสาวเกิดความท้อ ล่าสุด “ลอร์ด-สยม สังวริบุตร” เปิดใจให้สัมภาษณ์กับทางคมชัดลึกดังนี้

“เป็นตามที่ปูให้สัมภาษณ์นะเป็นอย่างนั้นเลย ผมเองก็ได้คุยกับปู ในจุดที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องบอกว่าปูไม่ได้มาเล่นละครกับทางเราเป็นเรื่องแรก แต่ว่าเขาเคยเล่นละครกับเรามาหลายเรื่อง ผมเองก็พอจะรับรู้ในสิ่งที่เขาเองไม่พอใจ และได้คุยกัน เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขกันมาโดยตลอด เพราะผมอยากให้ตัวนักแสดงไม่ใช่แค่ปู คือทุกคนมาทำงานกับเราแล้วสบายใจ ผมเห็นในความเหนื่อยของเขา เนื่องจากเขามีหน้าที่ เพื่อการถ่ายตัวละครตามนิยายให้ออกมาดีที่สุด (มีกระแสข่าวว่ามีการเปลี่ยนตัวคนเขียนบททำให้การถ่ายทำล่าช้า) จริงๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนตัวคนเขียนบท แต่เป็นเรื่องของปรับมากกว่า และก็ไม่ได้มีความล่าช้าในการถ่ายทำ”ลอร์ดเผย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ที่นางเอกสาวให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองต้องมารีชูสถ่ายใหม่เกือบ 400 ฉาก แถมทีมงานนัดให้กองตั้งแต่เช้า แต่กว่าจะได้ถ่ายเกือบบ่ายสามโมง ทางทีมงานได้มีการจัดการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ซึ่ง “ลอร์ด” ผู้จัดและผู้กำกับเผยดังนี้

“เรื่องว่าถ่ายใหม่ 400 ฉากคงไม่ใช่ การถ่ายทำมันมีหลักฐานอยู่แล้ว ซึ่งที่ถ่ายไปนั้น มันก็แทรกอยู่ตามฉากต่างๆ ของเรื่อง และตอนนี้ก็ยังมีสต็อกอยู่ ส่วนในเรื่องของการทำงานที่ล่าช้า ผมและทีมงานก็ได้ขอโทษน้องไปแล้วเหมือนกัน แต่บางครั้งมันก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ถามว่าตกใจไหมที่เห็นข่าว มีคนถามผมเยอะมาก ผมไม่ได้ตกใจนะ แต่ก็มีการพูดคุยกับปู ซึ่งบอกว่ามันเป็นบทสัมภาษณ์เก่าแล้ว และก็ไม่ได้รุนแรงอะไรตามข่าวด้วย เพราะที่ผ่านมามีอะไร เราก็จะคุยกันตลอด อย่างที่บอกว่าอะไรก็ตามที่ทำให้นักแสดงสบายใจ ผมก็อยากทำอยู่แล้ว (ไม่อยากหใบรรยากาศมาคุใช่ไหม) ก็ใช่นะ อยากให้ทุกคนมีความสุข น้องปูก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี (ออกมาพูดครั้งนี้เป็นเพราะผู้ใหญ่ทางช่องหรือเปล่า) ไม่นะไม่เกี่ยวเลย อย่างที่ทราบปกติผมไม่ค่อยออกสื่อ แต่ครั้งนี้อยากให้เข้าใจตรงกัน ” ลอร์ดกล่าวปิดท้าย

‘นุศรา ต้อมคำ’มือเซตเพชฌฆาตหน้าหวาน

20

‘นุศรา ต้อมคำ’มือเซตเพชฌฆาตหน้าหวาน
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : คุยกับซุปตาร์ ‘นุศรา ต้อมคำ’ มือเซตเพชฌฆาตหน้าหวาน : เรื่อง…ปทุม กลิ่นหอม // ภาพ…นรินทร์ เครือคล้าย

ไม่เฉพาะแค่ผลงานสร้างชื่อเท่านั้น แต่ “รอยยิ้ม” ที่มอบเป็นกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ในสนามแข่งขัน ซึ่งช่วยพลิกสถานการณ์ให้ทุกคนในทีมฮึดกลับมาสู้ใหม่หลายครั้ง ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าของรอยยิ้ม “นุศรา ต้อมคำ” หรือ “นุช” หรืออีกชื่อที่รู้จักกันคือ “ซาร่า” นักตบสาวทีมชาติไทย กลายเป็นนักกีฬาขวัญใจมหาชน และเป็นที่จดจำของบรรดาแฟนคลับไทย-เทศ ตลอดจนประชาชนไทยจำนวนไม่น้อย
วันที่นัดสัมภาษณ์นุศรา โดยนัดพบกันที่ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ก่อนที่เธอจะลงสนามช่วยต้นสังกัด “ไอเดียขอนแก่น” คว้าแชมป์วอลเลย์บอล ไทย-เดนมาร์ค ซูเปอร์ลีก 2013 ก็ได้เห็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความเป็นนักกีฬาขวัญใจมหาชน เพราะกว่าจะเดินมาถึงมุมนัดหมาย เธอก็ถูกรุมขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วยตลอดทาง
เมื่อปะหน้ากัน “ความประทับใจแรก” ก็เกิดขึ้นทันทีที่ได้เห็น “รอยยิ้ม” จากตัวเป็นๆ ของนุศรา จากเมื่อก่อนที่มองผ่านจอทีวี บวกกับกิริยาที่แสดงถึงความเป็นกันเอง โดยก่อนหน้าผู้สัมภาษณ์เคยมีความคิดว่าไม่รู้ว่าจะถามเรื่องอะไรมานำเสนออีก เพราะที่ผ่านมาคิดว่าสื่อต่างๆ มากมาย น่าจะนำเสนอเรื่องราวของ ซุปตาร์ รายนี้ไปแล้ว
แต่ด้วยเสน่ห์ของ “รอยยิ้ม” ซึ่งดูแล้วจริงใจมากจากนักวอลเลย์บอลคนเก่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่างนุศรา ที่เปรียบเสมือนเพชรฆาตสยบหัวใจผู้พบเห็น ทำให้คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาในช่วงเวลาที่คุยกันเพียงสั้นๆ ก่อนเรียบเรียงนำมาเสนอ ด้วยหวังให้กองเชียร์ถ้วนทั่วหน้าได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอมากขึ้น
ในฐานะที่ “นุศรา ต้อมคำ” คืออีกหนึ่งของผู้นำความภาคภูมิใจกลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง …จาก “นักกีฬาธรรมดาๆ” สู่ “นักกีฬามืออาชีพ” ในทุกวันนี้

———————

เส้นทางชีวิตสู่การเป็นนักวอลเลย์บอลของนุศรา ซึ่งปัจจุบันมีมิตรรักแฟนเพลงตบลูกยางกดไลค์หน้าเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Nootsara13 ให้นับแสนราย และพูดถึงเธออย่างต่อเนื่องผ่านโลกออนไลน์นับพันนับหมื่นชีวิตในแต่ละวัน มีจุดเริ่มต้นเมื่อตอนอายุได้ 10 ขวบ ขณะเรียนชั้นประถมศึกษาที่ จ.ราชบุรี โดยหัดเล่นวอลเลย์บอลตามพี่สาว ทั้งที่ไม่ชอบเพราะมีใจให้ “ปิงปอง” หรือเทเบิลเทนนิส อยู่ก่อน
เมื่อเล่นไปเล่นมา กลายเป็นว่านุศราไปได้สวยกับกีฬาชนิดนี้ กระทั่งมีชื่อติดในชุดเยาวชนทีมชาติ ซึ่งเหนือความคาดหมายของเด็ก “เมืองโอ่ง” ที่หวังเล่นกีฬาเพราะอยากเรียนฟรี และอยากได้ทุนการศึกษาไว้ต่อยอดความสำเร็จถึงระดับมหาวิทยาลัยมากกว่า
เมื่อ “พรสวรรค์” กับ “พรแสวง” ทำงานร่วมกัน นับวันนุศรายิ่งแกร่งและสร้างผลงานได้โดดเด่น
กระทั่งก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีส่วนสร้างประวัติศาสตร์พาทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยคว้าแชมป์หลายรายการ โดยเฉพาะการคว้า “แชมป์เอเชีย” ได้เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชียที่ประเทศเวียดนาม ปี 2009 และแชมป์เอวีซี คัพ ที่ประเทศคาซัคสถาน ปี 2012 ไม่นับรวมแชมป์ซีเกมส์หลายสมัย
นุศรา ที่มีความสูงเพียง 169 เซนติเมตร เล่นตำแหน่งตัวเซต (Setter) มาตลอด ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะต้องมีไหวพริบ คอยควบคุมเกม และบัญชาเกมอยู่ตลอดเวลา

———————

“นุช” ผู้เล่นที่มีหมายเลข 13 ติดอยู่บนหลังเสื้อนักกีฬา โลดแล่นอยู่บนสังเวียนลูกยางมาได้ 18 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเธอโชว์ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม จนมีโอกาสได้ไปเล่นวอลเลย์บอลอาชีพมาหลายลีก ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของนักกีฬาหลายคนในหลายชนิดกีฬา ไม่เฉพาะแค่วอลเลย์บอลเท่านั้น
นุศราเริ่มเล่นลีกครั้งแรกให้กับสโมสรสร IBZA ของประเทศสเปน ปี ค.ศ.2007-2008 จากนั้นเล่นให้สโมสร Kanti shaffausen ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนเซ็นสัญญาไปเล่นกับสโมสร AzerRail BAKU ประเทศอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่ปี 2011-2012 ต่อมาสโมสรอิกติซาดชิ บากู (Igtisadchi BAKU) ประเทศอาเซอร์ไบจาน ติดต่อให้ไปเล่นแบบยกทีมถึง 7 คนด้วยกัน ซึ่งนอกจากนุศรา ก็มี วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, อรอุมา สิทธิรักษ์, มลิกา กันทอง, อำพร หญ้าผา, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ วรรณา บัวแก้ว
ซูเปอร์สตาร์นักตบ 7 สาวไทย ได้ร่วมกันทำผลงานพาสโมสรอิกติซาดชิ บากู คว้าอันดับ 2 ของการแข่งขันวอลเลย์บอลลีกอาชีพหญิง “อาเซอร์ไบจาน ซูเปอร์ลีก 2012-2013″ ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน ที่เพิ่งจบไป ส่วนฤดูกาลหน้า จะไปเล่นอาชีพที่ไหนนั้น ยังไม่มีข้อสรุป
“นุชเล่นวอลเลย์บอลอาชีพมาได้ 6 ปีแล้ว ได้ประสบการณ์เยอะมากค่ะ เมื่อก่อนต้องยอมรับว่าฝีมือเราไม่ได้พัฒนาไปถึงขนาดนี้ ตั้งแต่ทุกคนได้ไปเล่นอาชีพกลับมา เราได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้จากผู้เล่นต่างๆ ที่มาจากหลายประเทศ ทำให้รู้ถึงวิธีการเล่นของเขาว่าถ้ามาจากเอเชียจะเล่นอย่างไร มาจากยุโรป มาจากอเมริกา เราควรเล่นอย่างไร ถึงจะได้แต้ม”
เมื่อกีฬาสร้างอาชีพ ทำให้นุศราได้รับค่าเหนื่อยเป็นจำนวนไม่น้อย ว่ากันว่า ค่าเหนื่อยของเธอในแต่ละครั้งที่ได้รับจากนายจ้างแต่ละคนก็จะเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์และดีกรีพ่วงท้าย ซึ่งเจ้าตัวขออุบตัวเลขไว้เป็นความลับ แต่บอกได้อย่างสบายใจถึงวิธีการนำไปใช้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่สำคัญคือ ส่วนหนึ่งให้ครอบครัว ส่วนที่สองเป็นเงินเก็บ และส่วนที่สามไว้สำหรับการลงทุน แต่นำไปลงทุนทำอะไรนั้น ยังไม่พร้อมเปิดเผย ณ โอกาสนี้

———————

ซูเปอร์สตาร์นักตบสาวราชบุรี วัย 28 ปี ที่ฝรั่งชอบเรียกเธอว่า “ซาร่า” ซึ่งเรียกตามภาษาอังกฤษของชื่อหลัง Nootsara เพราะง่ายต่อการจดจำและทำให้เพื่อนๆ ในทีมเรียกตามไปด้วย มีผลงาน “การเซต” เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติ ทำให้เธอได้รับรางวัลมากมาย ทั้งทัวร์นาเมนต์ใหญ่และเล็ก ตั้งแต่ในประเทศ ข้ามไปถึงทวีปและเลยไปถึงระดับโลกมาแล้ว อาทิ ตำแหน่งเซตยอดเยี่ยม (เบสท์ เซตเตอร์) ในรายการ วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2010, รายการ เอฟไอวีบี เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2012, รายการ เอวีซี คัพ 2012 เป็นต้น
นอกจากนี้ นุศรายังเป็นมือเซตยอดเยี่ยม “อาเซอร์ไบจาน ซูเปอร์ลีก 2012-2013″ ซึ่งตอกย้ำความเป็นนักกีฬาอาชีพ และยังไม่นับรวมรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีก่อนหน้า ที่มาจากผลโหวตทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ www.volleyball.it “รางวัลวอลเลย์บอลโกลบ 2012″ ที่จัดโดยเว็บไซต์วอลเลย์บอลชื่อดังของประเทศอิตาลี
ครั้งนั้น นุศราได้รับผลโหวตชนะ คาร์ลี ลอยด์ นักตบลูกยางดาวรุ่งของสหรัฐอเมริกา ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยคะแนนทั้งสิ้น 3,863 คะแนน คิดเป็น 77 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสาวอเมริกันได้ 1,143 คะแนน คิดเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้โหวต 5,006 เสียง
“รางวัลที่ได้มาก็มีนับไม่ถ้วนค่ะ (ยิ้มหวานอย่างภาคภูมิใจ) เช่น รางวัลวอลเลย์บอลโกลบ ประจำปี 2012 ที่คนทั่วโลกโหวตให้เราได้ นอกจากนี้ก็มี สยามกีฬา อวอร์ด ครั้งที่ 7 ได้รับรางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม และรางวัลที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ได้จากทัวร์นาเมนต์ ซึ่งมีทุกปีค่ะ คือเวลาเล่น ไม่ได้คาดหวังว่าลูกนี้ต้องเล่นต้องเซตแบบนี้ คาดหวังให้ทีมประสบความสำเร็จมากกว่าจะไปคาดหวังรางวัล”
เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้นุศรามีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาอาชีพในระดับแถวหน้าของโลก ส่วนหนึ่งมาจาก “ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ” ที่เธอเรียกว่า “อาติ๋ม” คีย์แมนกีฬาที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกยางโลกมานาน ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และอีกคนสำคัญคือ “โค้ชยะ” ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค ที่ปัจจุบันเป็นผู้ฝึกสอนทีมลูกยางเยาวชนหญิงทีมชาติไทย
“ขอบคุณอาติ๋ม ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกความสำเร็จอย่างแท้จริง” และ “ขอบคุณโค้ชยะที่คอยฝึกซ้อมให้ตั้งแต่ติดทีมชาติจนถึงปัจจุบัน”
นั่นคือประโยคที่นุศราเขียนบรรยายใต้ภาพถึงบุคคลทั้งสองผ่านอิสตาแกรมของเธอ

———————

การคลุกคลีอยู่ในวงการลูกยางมานาน ทำให้นุศรายอมรับว่าหากต้องหยุดเล่นคงทำใจลำบาก เพราะวอลเลย์บอลไม่ได้มอบให้แค่ผลแพ้หรือชนะเท่านั้น แต่ยังมอบอะไรหลายสิ่งหลายอย่างให้เธอ จะเรียกว่าวอลเลย์บอลช่วยยกระดับความสุขในชีวิตของเธอให้ขึ้นไปอยู่บนกราฟสูงสุดก็คงไม่ผิดนัก
“นุชเล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตอนนี้อายุ 28 ปีแล้ว ที่ผ่านมาวอลเลย์บอลให้อะไรหลายๆ อย่าง ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น มีสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีขึ้น …ถ้าถามว่าวอลเลย์บอลพลิกชีวิตเราไหม ก็ถือว่าพลิกชีวิตนะคะ เพราะทำให้เรามีชื่อเสียงมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเราไปลองทำอย่างอื่นแล้ว ชีวิตเราจะดีอย่างนี้ไหม เราก็ยังไม่เคยไปลองนะ”
นอกจากนี้ นุศรายอมรับว่าวอลเลย์บอลได้เปิดโอกาสให้เธอได้ทำสิ่งที่มีค่า นั่นคือการสร้างชื่อเสียงให้ ตระกูล “ต้อมคำ” นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของทุกคนในครอบครัว ตลอดจนญาติพี่น้อง และที่สำคัญคือสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย
“สำหรับความสุขที่ได้จากวอลเลย์บอล คือการสร้างชื่อให้วงศ์ตระกูล เป็นที่ภาคภูมิใจของครอบครัว ถือเป็นความสุขที่แท้จริงค่ะ …เวลาที่เราไปแข่งขันกลับมาแล้วไม่ว่าแพ้หรือชนะ ก็มีเสียงจากญาติพี่น้อง บอกเราเล่นดีแล้วเก่งแล้ว ที่บ้านดูกันทุกคน เชียร์กันทุกคน ให้กำลังใจเรา นอกจากนี้ เราก็มีส่วนทำให้คนอื่นๆ รู้จักครอบครัวเรามากขึ้น ไปไหนมาไหน ต่างก็ให้ความช่วยเหลือกันและกัน”
แม้เวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเล่นวอลเลย์บอล แต่สิ่งสำคัญอีกสิ่งที่นุศราไม่ทิ้งก็คือเรื่องการเรียน ซึ่งจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต พร้อมสานต่อความฝันถึงการจบระดับปริญญาโท และถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะต่อยอดไปถึง “ดุษฎีบัณฑิต” ที่ในอนาคตอาจจะต้องเรียกเธอว่า “ดร.นุศรา ต้อมคำ” ก็เป็นได้

———————

มือเซตระดับพระกาฬของโลกรายนี้ เคยทำให้คู่แข่งขันถึงกับยืนจังก้าขาแข็งมาแล้ว เพราะไม่มีดีแค่ “มือเซต” เท่านั้น แต่บ่อยครั้งยังทำหน้าที่ “มือตบ” ด้วยการเทคตัวขึ้นตบลูกวอลเลย์บอลที่ลอยอยู่กลางอากาศลงไปในแดนของทีมคู่แข่งขันและเป็นแต้ม ที่สำคัญตบแรงซะด้วย
พลังที่มีส่วนผลักดันให้นุศราก้าวไปสู่ความสำเร็จอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือ การยึดถือและทำตามคติประจำใจที่ว่า “ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง” ….
“ฝันไกลแค่ไหน ก็ต้องไปให้ถึงให้ได้” มือเซตสาวหน้าหวานทีมชาติไทยว่าไว้อย่างนั้น และเธอก็ไม่หวงความคิดนี้ พร้อมยินดีเผยเคล็ดลับบอกต่อน้องๆ เยาวชนให้นำไปใช้ หากว่ามีใครสนใจอยากเล่นกีฬาวอลเลย์บอลเหมือนกับเธอ
“วอลเลย์บอลเป็นกีฬาประเภททีม ฉะนั้นถ้าน้องๆ สนใจอยากเล่น อันดับแรกเลย ต้องมีความสามัคคีกัน ถ้าไม่มีความสามัคคีกัน ยังไงก็ก้าวไปต่อไม่ได้ ส่วนข้อ 2 ให้อภัยซึ่งกันและกัน และข้อ 3 ให้กำลังใจกันและกันด้วย นุชอยากชวนน้องๆ เยาวชนหันมาเล่นกีฬากันดีกว่า ที่นอกจากได้สุขภาพที่แข็งแรง มีโอกาสได้ศึกษา และอาจโชคดีได้ไปเล่นอาชีพ ได้เงินกลับมาช่วยเหลือครอบครัวและสร้างฐานะด้วยนะคะ”
มือเซตหน้าหวานเช่นเดียวกับรอยยิ้มหวานๆ ของเธอ บอกอย่างมั่นใจว่า ตอนนี้ยังไม่มีความคิดเลิกเล่น ส่วนจะเลิกเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย โดยให้เหตุผลว่าการเล่นวอลเลย์บอลนั้น ต้องดูที่สภาพร่างกายเป็นหลัก ต่อให้มีฝีมือขนาดไหน แต่ถ้าร่างกายไม่เอาด้วยแล้ว ก็เล่นไม่ได้แน่นอน
“ตอนนี้ทำงานให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ถ้าเลิกเล่นก็จะกลับไปทำงานให้ กฟภ. ซึ่งขึ้นอยู่กับสำนักผู้ว่าฯ ส่วนการเล่นให้ทีมชาติไทยนั้น นอกจากเวิลด์กรังด์ปรีซ์แล้ว ตอนนี้แมทช์ที่สำคัญที่สุดอีกแมทช์คือ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 27 ที่ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 6-17 กรกฎาคมนี้ ที่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนจะแชมป์หรือไม่ ก็จะพยายามค่ะ”

———————

การมีโอกาสได้คุยกับ “ซาร่า” อย่างใกล้ชิด จึงได้เห็นผิวพรรณและหน้าตาของเธอ ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่า “ขาว สวย หมวย ใส” อย่างมาก สรุปก็คือ “น่ารัก” และเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความเป็นนักตบลูกยางสาวหน้าตาดีอีกรายหนึ่งของวงการวอลเลย์บอลโลกก็ว่าได้
เมื่อเอ่ยปากชม “ซาร่า” ไปตรงๆ ถึงความน่ารักอย่างที่เห็น ก็ทำเอาเจ้าตัวตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ บวกกับความเขินอายเล็กๆ กลับมาว่า “ขอบคุณค่ะ”
สำหรับการดูแลตัวเองนั้น “ซาร่า” บอกว่า “นักกีฬาทุกคนมีบุคลิกเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ถึงจะรูปร่างไม่ดี ผิวพรรณไม่ดี แต่เล่นกีฬาแล้ว มันทำให้ดูเท่ดูสง่าในแบบของนักกีฬาได้ เราไม่ต้องดูแลอะไรกับตัวเองมาก นอกจากการเล่นกีฬาให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ นุชคิดว่านักกีฬามีเสน่ห์ในตัวอยู่แล้วค่ะ”
ยามว่างของ “ซาร่า” สิ่งที่โปรดปรานมากที่สุดก็คือ การนอน
“เวลาว่าง ส่วนมากจะนอน เพราะซ้อมวอลเลย์บอลมาก็เหนื่อยแล้ว อย่างช่วงนี้กีฬาวอลเลย์บอลกำลังบูมในเมืองไทย เมื่อมีเวลาว่างจากการแข่งขัน ก็มีไปออกรายการบ้าง ให้สัมภาษณ์กับสื่อบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการนอน”
นอกจากการนอนในวันว่างแล้ว อีกสิ่งที่ยอดมือเซตของโลกชอบมากก็คือการรับประทานอาหาร ซึ่งได้ทุกแนว ยกเว้นอาหารอินเดียเพราะไม่ชอบเครื่องเทศ
ปิดท้ายบทสนทนาด้วยคำถามสุดท้ายที่เชื่อว่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คงอยากถามเธอใจจะขาดถึงเรื่อง “หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอว่ามีคนจับจองอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง” ก็ได้รับคำตอบจากนุศราว่า “คนจองเยอะมาก (เน้นเสียงและหัวเราะร่า)”
แต่ตอนนี้มีใครเข้าวินไปแล้ว หรือยังไม่มีใครเข้าวิน เจ้าตัวไม่เฉลย …”ขออุบเป็นความลับ” เธอว่าอย่างงั้น!

———————

ทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือเรื่องราวของมือเซตหน้าหวาน “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ หรือ “นุช” ของชาวเมืองโอ่ง จ.ราชบุรี ที่ภูมิใจนำเสนอต่อสาธารณชน เพราะหวังบอกต่อให้เยาวชนได้รู้จักและยึดเป็นแบบอย่างที่ดีในฐานะอีกหนึ่งนักกีฬาที่มีความพยายามเป็นเลิศ
ที่สำคัญ “นุศรา ต้อมคำ” คือ “คนไทยที่เก่งไม่แพ้ใครในโลก”

ซิ่งเก๋งเสยท้าย10ล้อดับคาที่4สาหัส1

21

ซิ่งเก๋งเสยท้าย10ล้อดับคาที่4สาหัส1
ซิ่งเก๋งเสยท้าย 10 ล้อ บนถนนบางนา-ตราด ดับคาที่ 4 สาหัส 1 ตร.เร่งหาสาเหตุ

วันที่ 19 เม.ย.57 ร.ต.ท.อานันท์ ทองเหลือ พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้ง เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 18 เม.ย. ว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถสิบล้อบนถนนบางนา-ตราด กม.19 ขาออกมุ่งหน้า จ.ชลบุรี ต.บางโฉลง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนช่องทางด่วน พบรถสิบล้อทะเบียน 80-4299 ตราด จอดติดไฟกระพริบ ท้ายรถด้านซ้ายมีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชน มีนายจำเริญ ใจงาม อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 311/30 ม.8 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด คนขับยืนรอให้ปากคำอยู่ ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นบริโอ สีขาว ทะเบียน กพ 5506 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ในสภาพหลังคารถเปิด กระจกแตกละเอียด ท้ายรถด้านขวายุบ มีผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง 1 ราย นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ทราบชื่อคือ น.ส.สุชาวดี ช่วยเกิด อายุ 18 ปี จึงให้มูลนิธินำตัวส่ง รพ.จุฬารัตน์ 1 และมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 คนติดอยู่ในรถ ทราบชื่อเพียง 1 ราย คือ นายณัฐพงษ์ แสงสาธร อายุ 22 ปี เป็นคนขับ นอกจากนั้นยังมีผู้เสียชีวิตอยู่นอกรถเป็นชายอีก 2 ราย ทั้งหมดสภาพร่างกายแหลกเหลว ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถกระบะแคปแต่งซิ่ง ยี่ห้อเชฟโรเลต สีเทา ทะเบียน 1 กภ 379 กทม. จอดอยู่ริมถนนในช่องทางด่วนเช่นกัน ทราบชื่อคนขับคือ นายเอก เทียงทอง อายุ 33 ปี อยู่ในอาการมึนเมาสุรา และเป็นรถที่เกิดเฉี่ยวชนกับรถเก๋ง

จากการสอบปากคำ นายอัครพล ปิ่นมณี อายุ 24 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับที่พักในซอยเอแบค โดยขับอยู่ในช่องกลาง ระหว่างขับมาก็ถูกรถกระบะคันดังกล่าวแซงปาดหน้าไป ก่อนที่จะแซงปาดหน้ารถเก๋งที่ขับอยู่เลนซ้าย ทำให้รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนท้ายรถสิบล้อที่อยู่ด้านซ้ายมือทันที และรถก็หมุนจนชนเข้ากับแผงปูนกั้นขอบทางจนมีคนกระเด็นออกนอกรถ และมีบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

นายจำเริญ ใจงาม คนขับรถสิบล้อ ให้การว่า หลังจากจอดรถคลุมผ้าใบที่หลุดเพื่อนำของไปส่งที่ จ.ตราด เตรียมเคลื่อนรถออกจากข้างทางโดยเปิดสัญญาณไฟครบก็ได้ยินเสียงดังโครมที่ท้ายรถ จึงจอดรถและลงไปดูก็เห็นอุบัติเหตุดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.อานันท์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สันนิษฐานถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่จะนัดผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา รวมทั้งจะนำตัวคนขับรถกระบะไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วย ส่วนศพนั้นนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

แอร์ไม่เย็น

จีนโชว์’มังกรทะเล’ค้นหา’กล่องดำเอ็มเอช370′

20

จีนโชว์’มังกรทะเล’ค้นหา’กล่องดำเอ็มเอช370′

จีนโชว์’มังกรทะเล’ ค้นหา’กล่องดำเอ็มเอช370′
แม้ว่าแบตเตอรี่ของกล่องดำ “เอ็มเอช 370″ น่าจะหมดลงแล้ว แต่การค้นหายังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง วันนี้ (16 เม.ย.) ออสเตรเลียระดมเครื่องบิน 14 ลำ และเรือ 11 ลำ ออกค้นหาเครื่องบิน “เอ็มเอช 370″ ในพื้นที่ทั้งหมด 55,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ธ 2,000 กิโลเมตร แต่ยังไม่มีความคืบหน้า หลังจาก “บลูฟิน 21″ ยานดำน้ำไร้คนขับลอยกลับขึ้นมาบนผิวน้ำและโหลดข้อมูลรวมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบเศษซากชิ้นส่วนใดๆ ของเครื่องบิน “เอ็มเอช 370″ เรียกได้ว่า 2 วันแห่งการค้นหา…คว้าน้ำเหลว?!!

สำหรับการทำงานของ “บลูฟิน 21″ จะมี 4 ตัวเลขสำคัญ คือ 2-16-2-4 รวมเป็น 24 ชั่วโมง โดยการทำงานของบลูฟิน 21 เริ่มต้นเลข 2 คือ 2 ชั่วโมงเต็มที่บลูฟิน 21 ดำดิ่งลงท้องทะเล เพื่อไปสู่พิกัดที่คาดว่ามีกล่องดำของ เอ็มเอช 370 อยู่จุดนั้น ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มในการดำดิ่งสู่พิกัดเป้าหมาย ต่อด้วยเลข 16 เป็นช่วงเวลา 16 ชั่วโมงที่ดำดิ่งใต้ผิวน้ำ เพื่อเก็บข้อมูลขึ้นมาบนผิวน้ำ ทั้งนี้ บลูฟิน 21 มีพื้นที่การค้นหาเพียง 3X5 ตารางไมล์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การค้นหาทั้งหมด 5 หมื่นตารางกิโลเมตร ถือว่ามีพื้นที่การค้นหาแคบมาก หลังจากนั้น บลูฟิน 21 จะใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง ลอยขึ้นมาจากใต้น้ำ รวมเป็น 20 ชั่วโมงเต็มแล้ว เหลืออีก 4 ชั่วโมงสุดท้าย เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ดึงข้อมูลออกมาจากบลูฟิน 21

“บลูฟิน 21″ เครื่องมือการค้นหาที่ไฮเทคที่สุดขณะนี้ เพราะเหตุใดถึงยังทำงานไม่สำเร็จ นักวิเคราะห์พูดคุยกันว่า ช่วงแรกมีการคาดการณ์กันว่า พื้นผิวใต้มหาสมุทรอินเดียน่าจะเป็นสันเขาใต้มหาสมุทร เนื่องจากอดีตเคยมีแมกมาของภูเขาไฟ แต่เมื่อบลูฟิน 21 ลงไปอาจไม่ใช่แบบนั้น เนื่องจากมีลักษณะของโคลนตะกอน ซึ่งโคลนตะกอนมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบโซนาร์ของบลูฟิน 21 ทำให้การสแกนภาพไม่ชัดเจน และไม่ได้ภาพสามมิติอย่างที่ต้องการ นอกจากนี้ บลูฟิน 21 ลงไปได้แค่ 4-5 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ทีมงานต้องกลับมาทบทวนว่าจะส่งบลูฟิน 21 อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับพื้นที่ในการค้นหาขณะนี้ เป็นพื้นที่ที่ถูกต้องจริงๆ หรือไม่ เนื่องจากครั้งแรกที่ได้ยินเสียงปิง ที่คาดว่าอาจจะมาจากกล่องดำ มาจากเรือ “ไห่ซุ่น” ของจีน ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน เป็นความถี่ 37 กิโลเฮิรตซ์ หลังจากนั้นเรือ “โอเชียนชิลด์” ของออสเตรเลีย ก็ค้นพบคลื่นความถี่ 33.3 กิโลเฮิรตซ์ ซึ่งพื้นที่ค้นหาขณะนี้เป็นพื้นที่ที่เรือโอเชียนชิลด์พบ 4 ปิง โดย 2 จุดนี้ ห่างกัน 500-600 กิโลเมตร เป็นไปได้หรือไม่ว่า พื้นที่การค้นหาอาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากสัญญาณจากกล่องดำนั้นตั้งไว้ที่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์

ขณะเดียวกัน เริ่มมีคำถามถึงปฏิบัติการร่วมค้นหาของทางการจีน ซึ่งฝ่ายจีนมีผู้โดยสารบนเครื่องบิน “เอ็มเอช 370″ ถึง 153 คน ซึ่งฝ่ายจีนก็มีการรายงานข่าวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดทางการจีนเตรียมยานดำน้ำพร้อมมนุษย์ 3 คน ที่ชื่อ “เจียวหลง” หรือ “มังกรทะเล” ซึ่งสามารถลงน้ำลึกได้ถึง 7 กิโลเมตร ซึ่งยานดำน้ำ “มังกรทะเล” ไม่ได้แค่ถ่ายภาพ แต่เป็นหุ่นยนต์ที่มีมือจับ ถ้าเจอกล่องดำก็สามารถนำขึ้นมาได้ทันที ขณะนี้รอเพียงขั้นตอนปฏิบัติ ถ้า “บลูฟิน 21″ ไม่ประสบความสำเร็จ “มังกรทะล” ก็พร้อมจะออกโรงค้นหากล่องดำ “เอ็มเอช 370″ ต่อ

ส่วนประเด็น “คราบน้ำมัน” ซึ่งค้นพบเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา และมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบว่าเป็นน้ำมันจากเครื่องบิน “เอ็มเอช 370″ หรือไม่นั้น

ขณะที่หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า ปกติแล้วเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่สามารถบรรทุกน้ำมันได้ 3 หมื่นแกลลอน บินไป 7 ชั่วโมง จนถึงบริเวณที่ค้นหาตอนนี้ คาดว่าน้ำมันน่าจะหมดแล้ว ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 777 จะมีถังเก็บน้ำมันบริเวณช่วงปีก เรียก “น้ำมันเครื่องบิน” มีลักษณะเป็นก๊าซใส คาดว่าคงหลงเหลือน้อยมาก อาจถูกคลื่นลมซัดแตกกระจาย ไม่น่าจะเหลือมาถึง 5 สัปดาห์แห่งการค้นหา นอกจากนี้ยังมี “น้ำมันเครื่องยนต์” หล่อเลี้ยงกลไกต่างๆ ของเครื่องยนต์นั้น แต่น้ำมันส่วนนี้ก็น้อยมากเช่นกัน จึงไม่น่าจะหลงเหลือให้เห็น จึงเกิดข้อสงสัยว่า คราบน้ำมันที่พบและกำลังรอผลการตรวจนั้น เป็นคราบน้ำมันมาจากอะไรกันแน่!!

เก๋งเสียหลักตกถนนอัดต้นไม้ไฟลุกท่วมดับ2

20

เก๋งเสียหลักตกถนนอัดต้นไม้ไฟลุกท่วมดับ2
รถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส เสียหลักพุ่งตกข้างทางชนต้นไม้ จนรถขาด 2 ท่อน เกิดไฟลุกไหม้ท่วม ดับ 2 ราย สาเหตุคาดหลับใน

วันที่ 16 เม.ย.57 เมื่อเวลา 06.30 น. ร.ต.ท.ชัยวัฒน์ เศรษฐสุข ร้อยเวร สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถตกถนนชนต้นไม้ ที่หลักกิโลเมตรที่ 431 ถนนพหลโยธินขาล่อง หมู่ที่ 4 บ้านคลองสุวรรณ ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มีผู้เสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นถนนทางตรงเริ่มเข้าช่วงโค้ง บริเวณพงไม้ข้างถนน พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส หมายเลขทะเบียน กง 2793 กาญจนบุรี สภาพขาดกลาง 2 ท่อน ส่วนหัวเก๋งกระเด็นห่างออกไปสภาพไฟลุกไหม้เหลือแต่ซากเศษเหล็ก ชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง

บริเวณใกล้เคียงซากรถ พบร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นออกมานอกรถเป็นชายไม่ทราบชื่อตรวจค้นในตัวไม่พบบัตรประจำตัวประชาชน แต่ตรวจดูเอกสารนามบัตรที่พบในรถแล้วพบเพียงว่าเป็นของ นายสุบิน ดิลกอารักษ์ ไม่ทราบอายุ ตำแหน่งผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี.เค.เมททัล ชีท โปรดักท์ เลขที่ 309 หมู่ 11 ต.เพ็ญ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี สภาพศพมีรอยช้ำจากแรงกระแทกบนร่างกายหลายแห่ง

ส่วนบริเวณใกล้เคียงซากรถอีกด้านหนึ่ง พบร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นออกมานอกรถเป็นหญิง ตรวจสอบเอกสารชื่อ นางสาวเจนิศ ศิวะวงศกร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/142 หมู่ 5 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีนามบัตรระบุชื่อเล่นว่าครูจีน สถาบันสอนศิลปะและดนตรี ตั้งอยู่ ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สภาพศพมีรอยช้ำจากแรงกระแทกบนร่างกายหลายแห่งเช่นกัน

จากการสอบสวนที่เกิดเหตุ บนถนนพหลโยธินขาล่อง พบรอยเบรกบนถนนจากช่องทางด้านขวาผ่านช่องทางด้านซ้ายไปจนตกถนนเป็นรอยยาวประมาณ 40 เมตร และรถตกข้างทางแล้วชนต้นไม้จนรถขาด 2 ท่อน มีไฟลุกไหม้ส่วนหัวเก๋ง โดยไม่พบร่องรอยอุบัติเหตุอื่นใดบนถนนอีก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าคนขับอาจจะหลับในรถเสียหลักลงข้างถนน อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกำแพงเพชรสว่างธรรมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อจะได้ติดต่อญาติมารับศพต่อไป

97%เครียดการเมือง-รุนแรงยืดเยื้อ

21

โพลล์เผยผลสำรวจประชาชน 97 เปอร์เซ็นต์ เครียดกับเรื่องการเมืองมากที่สุด เหตุกระทบทุกด้าน ส่อรุนแรง-ยืดเยื้อ

13 เม.ย. 57 ปัจจุบันคนไทยต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ รอบด้าน ทั้งปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ล้วนทำให้เกิดความเครียด และเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน น่าจะช่วยให้คนไทยมีความเครียดลดน้อยลงได้บ้าง

เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อ ‘ความเครียดของคนไทย ณ วันนี้’ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชน

โดยเมื่อถามว่า 1. เรื่องที่ทำให้ประชาชนเครียดมากที่สุด ณ วันนี้ อันดับ 1 การเมือง 97.18% เพราะ เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ และมีข่าวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทุกๆ ด้าน สถานการณ์รุนแรง ยืดเยื้อ ฯลฯ

อันดับ 2 เศรษฐกิจ 94.37% เพราะ เศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ฯลฯ อันดับ 3 สังคม 92.61% เพราะ มีข่าวอาชญากรรมรุนแรงมากขึ้น ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คนในสังคมคุณธรรม-จริยธรรมตกต่ำ ฯลฯ อื่นๆ ได้แก่ เรื่องส่วนตัว ปัญหาครอบครัว สุขภาพไม่ดี อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ ฯลฯ 65.14%

2. เรื่อง ‘การเมือง’ ที่ทำให้ประชาชนเครียดมากที่สุด ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อ การปะทะกันที่รุนแรง ความวุ่นวายในบ้านเมือง 41.40% อันดับ 2 พฤติกรรมของนักการเมือง การทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทุจริตคอร์รัปชั่น 36.31% อันดับ 3 การเมืองตกต่ำ ไม่พัฒนา ขาดเสถียรภาพ ทำให้ประเทศชาติไม่เจริญก้าวหน้า 22.29%

3. เรื่อง ‘เศรษฐกิจ’ ที่ทำให้ประชาชนเครียดมากที่สุด ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 ข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง 40.99% อันดับ 2 รายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีหนี้สิน ต้องกู้เงิน 30.81% อันดับ 3 เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าลงทุน 28.20%

4. เรื่อง ‘สังคม’ ที่ทำให้ประชาชนเครียดมากที่สุด ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 คนในสังคมมีความคิดเห็นที่ขัดแย้ง แตกแยก คิดต่างกัน 55.98% อันดับ 2 คนเห็นแก่ตัว ไม่มีน้ำใจ เอารัดเอาเปรียบ ชิงดีชิงเด่น 25.47% อันดับ 3 คนขาดจิตสำนึก คุณธรรมจริยธรรมลดน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม 18.55%

5. ‘เรื่องอื่นๆ’ ที่ทำให้ประชาชนเครียดมากที่สุด ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 มีปัญหาส่วนตัว เช่น สุขภาพ การทำงาน ครอบครัว 37.50% อันดับ 2 ปัญหาการจราจรติดขัด เดินทางไม่สะดวก คนเยอะเบียดเสียด 32.14% อันดับ 3 ในช่วงวันหยุดยาว มีอุบัติเหตุ โจรขโมย มิจฉาชีพ 30.36%

โพลชี้คนไทยอยากสาดน้ำสงกรานต์ “ปู-เทือก”

21

เมื่อวันที่12 เม.ย.สวนดุสิตโพลมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตได้สอบถามความคิดเห็นประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,514คนระหว่างวันที่ 8-11เม.ย.เรื่อง“สงกรานต์” กับ“ความวุ่นวายทางการเมืองไทย”ณ วันนี้ โดยประชาชนมองว่าความวุ่นวายทางการเมืองณ วันนี้ มีผลกระทบต่อการเล่นสงกรานต์ถึงร้อยละ 64.75เพราะความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลกระทบในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะบรรยากาศของประเทศและสภาพจิตใจของประชาชนไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยการเดินทางในที่ต่าง ๆที่มีการชุมนุม อาจไม่ได้รับความสะดวกสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อย่างไรก็ตามร้อยละ 35.25มองว่าไม่มีผลกระทบเพราะเป็นเทศกาลที่สร้างความสนุกสนานถือเป็นการพักผ่อนและช่วยให้คลายเครียดได้ไม่ดึงเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว

สำหรับนักการเมืองไทยที่ประชาชนอยากเล่นสงกรานต์ด้วยอันดับ 1ในส่วนของนักการเมืองชายได้แก่นายสุเทพ เทือกสุบรรณเลขาธิการ กปปส.ร้อยละ46.27ขณะที่นักการเมืองหญิงได้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมร้อยละ 75อันดับ2 ได้แก่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 41.04ส่วนฝ่ายหญิงได้แก่นางปวีณาหงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร้อยละ 17.95อันดับ3 ได้แก่พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร้อยละ 12.69ส่วนฝ่ายหญิงคือนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ร้อยละ 7.05

ส่วนสถานที่ยอดฮิตที่ประชาชนอยากไปเที่ยวสงกรานต์ได้แก่ ถนนข้าวสาร สีลมเชียงใหม่ อยุธยา ชลบุรีอย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงเหตุผลที่ประชาชนไม่ไปเที่ยวสงกรานต์คือ สิ้นเปลืองเงินทองกลัวอันตราย อุบัติเหตุสถานการณ์ บ้านเมืองไม่สู้ดีคนเยอะ แย่งซื้อแย่งเที่ยวมีปัญหาเรื่องสุขภาพ.

แอร์ไม่เย็น วิตามิน อาหารเสริม

แพทย์เผยเคล็ดลับผิวสวยรับหน้าร้อน

20

ไลฟ์สไตล์ : แพทย์เผยเคล็ดลับผิวสวยรับหน้าร้อน

ผู้หญิงกับความสวยไม่เคยเดินแยกทางกันสักที ว่าแล้ว บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย อลาน่า คาร์ทมิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมกับ Indeed Laboratories ประเทศอังกฤษ จัดงานเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ “เปปตา-ไบรท์” เซรั่มบำรุงผิวเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ และ “ไฮดราลูรอน” เซรั่มเพื่อปรับผิวให้กระจ่างสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมี ดร.โนเวล โซลิซ ที่ปรึกษาด้านเวชศาสตร์สำอางและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จาก Indeed Laboratories ประเทศอังกฤษ มาร่วมเผยสุดยอดนวัตกรรมการบำรุงผิวพรรณใหม่ กับเซเลบสาวผิวสวยอย่าง “มะปราง” กิติวิชญา วัชโรทัย “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ และ อนันญา อภิสิทธิ์ยะกุล ที่ห้องเพลย์ รูม ชั้น 4 โรงแรมโอเรียนทอล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ (ถนนวิทยุ) เร็วๆนี้

ดร.โนเวล โซลิซ ที่ปรึกษาด้านเวชศาสตร์สำอางและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท Indeed Laboratories เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ผู้หญิงต้องเผชิญกับหลากหลายปัจจัย อาทิ สภาพแวดล้อม แสงแดด อายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำลายผิว ถึงแม้ปัจจุบันสาวๆ จะนิยมทำเลเซอร์ฉีดฟีลเลอร์ แต่ก็ยังไม่ใช่ทางออกของปัญหาผิวพรรณทั้งหมด เพราะหลังจากการทำทรีตเม้นท์ ผิวยังควรได้รับการบำรุงด้วยครีมบำรุงผิวที่ดีเหมาะกับความต้องการของผิว เพื่อดูแลให้ผิวสวยดูดีอยู่เสมอ

“สำหรับปัญหาเรื่องผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และจุดด่างดำ ยังคงเป็นปัญหาผิวสำคัญที่พบมากทั้งสาวๆ ในยุโรป อเมริกา และสาวเอเชีย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากแสงแดดและอายุที่เพิ่มขึ้น การรักษารอยดำและปัญหาสีผิวที่เข้มขึ้นด้วยเลเซอร์ช่วยแก้ปัญหาได้ แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องมีการนัดตรวจรักษาอีกหลายครั้ง จึงเป็นเหตุผลที่คิดค้น “เปปตา-ไบรท์” เซรั่มบำรุงผิวพรรณให้แลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ปฏิรูปแนวทางการรักษาใหม่ทั้งหมด ให้สาวๆ สามารถจัดการปัญหาผิวของตัวเองได้ง่ายๆ โดยจะช่วยลดเลือนความหมองคล้ำอย่างตรงจุด พร้อมให้ผลลัพธ์เหมือนกับการรักษาด้วยวิธีการทำเลเซอร์รักษาจุดด่างดำ ส่วนผสมสำคัญคือ Sepiwhite โมเลกุลบริสุทธิ์ซึ่งช่วยยับยั้งขบวนการสร้างเม็ดสีผิว ช่วยทำให้ผิวสว่างสดใส และสาร Chromabright เพิ่มความสว่างใสให้แก่ผิวพรรณอย่างตรงจุด พร้อมป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย” ดร.โนเวล กล่าว

สำหรับทิปส์ในการดูแลผิวที่ ดร.โนเวลแนะนำสาวไทย คือ ควรจะรู้ก่อนว่าผิวของตัวเองต้องการอะไรและดูแลให้ตรงจุด เริ่มจากการใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ถ้าใครต้องการดูแลผิวเป็นพิเศษก็ให้ทำทรีตเม้นท์หรือเลเซอร์เพิ่มเติม ประเทศไทยอยู่ที่เขตเมืองร้อน ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นเยอะมากเป็นพิเศษ จึงควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิวมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ควบคู่กับการรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์สูงเป็นประจำ

สล็อตออนไลน์ แทงบอล เครื่องถ่ายเอกสาร

บึ้ม!บ้านเช่าย่านเสรีไทยดับ1เจ็บ1

20

ระทึก! บึ้มบ้านเช่าถนนเสรีไทย หนุ่มวัย 16 ปีดับคาที่ เจ็บอีก 1 คน อีโอดีเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

10 เม.ย.57 เมื่อเวลา 06.20 น. พ.ต.ท.วันชัย สืบจักรศรี พนักงานสอบสวน สน.บึงกุม ได้รับแจ้งเหตุระเบิดภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ระหว่างถนนเสรีไทย ซอย 10-12 ติดกับโชว์รูมขายรถยี่ห้อซูบารุ แขวงคลองกุม เขตบึงกุม กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.อ.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบก.น.4 , พ.ต.อ.อภิวิชญ์ ภัทรกุล ผกก.สน.บึงกุม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าไม้แบบชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ อยู่ห่างจากถนนเสรีไทย ประมาณ 50 เมตร ภายในห้องนอนพบศพนายราเมศ ชูอินทร์ อายุ 16 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน สภาพศพมีกองเลือดอยู่บนที่นอน และตามตัวผู้เสียชีวิตถูกสะเก็ดระเบิด ส่วนทรัพบย์สินภายในห้องนอนได้รับความเสียหายเล็กน้อย นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกนำตัวส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลนพรัตน์ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.น้ำพราว เอี่ยมวิลัย อายุ 16 ปี ได้รับบาดเจ็บที่น่องด้านขวาและที่หลัง รวมทั้งที่นิ้วมือด้านซ้าย เบื้องต้นแพทย์ได้ทำแผลและอนุญาติให้เดินทางกลับบ้านได้

จากการสอบสวนนางทองพูล ศรีคด อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นยายของ น.ส.น้ำพราว ทราบว่า บ้านเช่าที่เกิดเหตุนั้น ตนเป็นผู้ที่มาเช่าอาศัยอยู่ ส่วนผู้ตาย ซึ่งเป็นหลานเขย และผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นหลานสาว เดิมอาศัยอยู่ที่ จ.อ่างทอง โดยในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปงานศพญาติที่ จ.อ่างทอง ก่อนที่จะชักชวนทั้งสอง พร้อมด้วยลูกเล็กๆ ให้มาอยู่ด้วยกัน เนื่องจากเห็นว่าทั้งสองยังไม่มีงานทำ โดยตนได้ให้ น.ส.นำพราว มาช่วยขายของ เพราะตนขายอาหารตามสั่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตได้ไปทำงานที่อู่ซ่อมรถ

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ ตนและญาติๆ ทั้ง 4 คน กำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน โดยผู้ตายและผู้บาดเจ็บและลูก นอนอยู่บนเตียงนอน ส่วนตนนอนอยู่ด้านล่างติดกับพื้น จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น ด้วยความตกใจจึงตื่นขึ้นมา โดยมีอาการหูอื้อ และเมื่อตรวจสอบภายในห้อง พบว่าหลานเขยได้เสียชีวิต และหลานสาวได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จากนั้นจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

ด้าน น.ส.น้ำพราว กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนและลูกกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอน ส่วนสามีน่าจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่ จากนั้นไม่นานก็มีระเบิดดังขึ้น ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และที่ผ่านมา ภายในห้องนอนก็ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด และผู้ตายก็ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร เพราะส่วนตัวแล้วนิสัยดีร่าเริง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ อีโอดี กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ เพื่อหาสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้ รวมทั้งทำการตรวจสอบชนิดของระเบิดดังกล่าวด้วย

‘อีโอดี’ ชี้บึ้มห้องพักย่านเสรีไทยเป็นระเบิดแบบแสวงเครื่อง

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) เปิดเผยว่า จากเหตุระเบิดภายในบ้านเช่า ย่านถนนเสรีไทย แขวงคลองกุม เขตบึงกุม กทม. ทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าทำการตรวจสอบห้องนอนที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดแบบแสวงเครื่อง ชนิดทำขึ้นเอง แต่มีขนาดเล็ก และพบเศษตะปู เศษวัสดุที่ใช้ในการประกอบระเบิดด้วย

ทั้งนี้ เพราะระเบิดมีขนาดเล็กจึงไม่ทำให้เกิดความเสียหายภายในห้องมากนัก ซึ่งจากนี้ไปจะต้องมีการตรวจสอบด้วยว่า ใครที่เป็นผู้ประกอบระเบิด และมีวัตถุประสงค์อะไร